:: แนะนำ classifiedthai.com ให้เพื่อนคุณ ::
ติดต่อเรา   ช่วยเหลือ
      
 

แนะนำ classifiedthai.com
ให้เพื่อนคุณ

Username : Password : ลืมรหัสผ่าน?
 
บทความสำหรับ SME
 
มาตรการป้องกันการใช้บัตรเครดิตปลอมบนอินเตอร์เน็ต
  [1362]
 
 
เริ่ม -- -- ---- ถึง -- -- ----
 
ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ
บริษัท ที่ปรึกษากฎหมายสากล จำกัด
paiboona@mail.ilct.co.th
ครั้งที่แล้วผมได้คุยถึงมาตรการการป้องกันการใช้บัตรเครดิตปลอมบนอินเตอร์เน็ตปรากฎว่าได้รับอีเมลล์จากท่านผู้อ่านหลายรายว่าเป็น
เรื่องที่น่าสนใจและอยากให้ช่วยอธิบายว่ามีวิธีการตรวจสอบทางเทคนิค หรือไม่ว่าหมายเลขบัตรเครดิตที่ใช้นั้นเป็นหมายเลขบัตรเครดิต
ปลอม วันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันครับ
วิธีการป้องกันการใช้บัตรเครดิตปลอมวิธีการหนึ่งที่นิยมใช้คือการกำหนดวิธีการชำระเงินค่าซื้อขายสินค้าและบริการในข้อกำหนดและ
เงื่อนไข ( Terms & Condition)บนเว็บไซท์ให้มีความรัดกุมโดยเฉพาะในเรื่องการใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าและบริการโดยอาจ
กำหนดให้ผู้ใช้บัตรเครดิตต้องรับผิดในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจพิสูจน์ได้ว่าการใช้บัตรเครดิตปลอม เกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าของ
บัตรเครดิตเพราะกฎหมายที่ควบคุมเรื่องการใช้บัตรเครดิตทั่วโลกนั้นจะเหมือนกันคือให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภคหรือเจ้าของบัตรเป็นหลัก
เนื่องจากการทำธุรกรรมบนอินเตอร์เน็ตนั้นมีเรื่องของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และแฮคเกอร์เข้ามาเกี่ยวข้องและก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่ผู้บริโภคที่อยู่คนละประเทศกับผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ ดังนั้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและแก้ปัญหาเรื่องการใช้บัตรเครดิตปลอมบน
อินเตอร์เน็ต ผู้ที่ต้องรับผิดชอบจากการใช้บัตรเครดิตปลอมบนอินเตอร์เน็ตตามกฎหมายจึงมักจะเป็นธนาคารหรือร้านค้าที่ขายสินค้าหรือ
ให้บริการบนอินเตอร์เน็ตนั่นเอง
ในส่วนของกฎหมายไทยก็มีหลักการเช่นเดียวกันโดยระบุไว้ใน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ในส่วนของประกาศคณะกรรมการ
ว่าด้วยสัญญา เรื่อง การให้ธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2542 ข้อ 3 ระบุว่า
“ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีข้อตกลงกับผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการที่ให้ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ผู้บริโภคเพียงแจ้งความ-
ประสงค์ขอชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการโดยการแจ้งหมายเลขบัตรเครดิตด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรให้แก่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการ
ทำการเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบธุรกิจ ต้องมีข้อสัญญาดังต่อไปนี้
(ก )ถ้าผู้บริโภคทักท้วงว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าหรือไม่ได้เป็นผู้ขอรับบริการ จากผู้ขายหรือผู้ให้บริการดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจจะระงับ
การเรียกเก็บเงินจากผู้บริโภคทันที หรือกรณีที่เรียกเก็บเงินไปแล้วจะคืนเงินให้กับผู้บริโภคทันที เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจจะพิสูจน์ได้ว่าภาระ
หนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้บริโภคเองและใช้สิทธิเรียกคืนจากผู้บริโภคในภายหลัง
(ข) ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้บริโภคที่จะขอยกเลิกการซื้อสินค้หรือรับบริการภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่สั่งซื้อ หรือขอรับบริการ หรือภายใน
30 วัน นับแต่วันถึงกำหนดการส่งมอบสินค้าหรือบริการ ในกรณีที่มีการกำหนดระยะเวลาส่งมอบสินค้าหรือบริการที่เป็นลายลักษณ์อักษร
ถ้าผู้บริโภคพิสูจน์ได้ว่า
1) ไม่ได้รับสินค้า หรือไม่ได้รับบริการ หรือ
2)ได้รับแต่ไม่ตรงตามกำหนดเวลา หรือได้รับแล้วแต่ไม่ครบถ้วนหรือ ชำรุดบกพร่อง หรือไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ โดยผู้ประกอบ
ธุรกิจจะระงับการเรียกเก็บเงินจากผู้บริโภค หรือในกรณีที่เรียกเก็บเงินไปแล้ว .....”
จากหลักกฎหมายข้างต้นหาก บริษัท ก เปิดบริการขายสินค้าหรือให้บริการผ่านทางอินเตอร์เน็ตและนาย ข เข้ามาสั่งซื้อสินค้าโดยใช้
หมายเลขบัตรเครดิตของนาย เอ ที่ได้มาโดยการขโมยหรือการแฮ็กมาจากระบบอินเตอร์เน็ต นายเอไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงินที่ธนาคาร
หรือบริษัท ก เรียกเก็บแต่อย่างใด
มาถึงจุดนี้จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการบนอินเตอร์เน็ตจึงต้องรับความเสี่ยงค่อนข้างสูง วิธีการที่ร้านค้าบน
อินเตอร์เน็ตมักใช้ในการป้องกันการใช้บัตรเครดิตปลอมมี 2 วิธีครับ คือ
1) การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของหมายเลขบัตรเครดิตที่ใช้บนอินเตอร์เน็ตกับธนาคารเจ้าของบัตร
(Verification Service)
ซึ่งโดยส่วนใหญ่การใช้บัตรเครดิตเพื่อสั่งซื้อสินค้าหรือบริการบนอินเตอร์เน็ตมักใช้บัตรเครดิตในเครือข่ายของ วีซ่า (VISA)
มาสเตอร์การ์ด (MASTERCARD) และ อเมริกันเอ็กเพรส ( AMERICAN EXPRESS) การตรวจสอบกับบริษัทผู้ให้บริการ
บัตรเครดิตดังกล่าวจึงแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งโดยร้านค้าที่ขายสินค้าบนอินเตอร์เน็ตและต้องการได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง
ของบัตรเครดิตของลูกค้าที่ใช้บริการซื้อสินค้าหรือบริการต้องสมัครเพื่อใช้บริการตรวจสอบจากวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ด ท่านผู้อ่านที่
สนใจบริการนี้อาจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซท์ www.visa.com www.americanexpress.com หรือ
www.mastercard.com ครับ
อย่างไรก็ตามการตรวจสอบดังกล่าวก็แก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเพราะในกรณีที่ผู้ที่มีเจตนาทุจริตใช้หมายเลขบัตรเครดิต
และวันหมดอายุจริงในการซื้อสินค้า การตรวจสอบดังกล่าวก็ไม่สามารถคลุมถึงเว้นแต่ผู้ใช้บริการบัตรเครดิตดังกล่าวจะใช้รหัสส่วนตัว
(password)เพื่อยืนยันการทำธุรกรรมผ่านทางอินเตอร์เน็ตอีกครั้งหนึ่งซึ่งการใช้รหัสดังกล่าวจะทำให้แก้ไขปัญหาการใช้บัตร
เครดิตปลอมรวมถึงปัญหาแฮกเกอร์บนอินเตอร์เน็ตได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น นาย ก ต้องการซื้อหนังสือผ่านเว็บไซท์อเมซอนดอทคอม
นาย ก แฮ็กหรือขโมยหมายเลขบัตรเครดิตของนาย ข มาใช้ หาก นาย ข ใช้รหัสผ่านเพื่อยืนยันการใช้บัตรเครดิตอีกครั้ง นาย ก หากไม่
ทราบรหัสดังกล่าว ก็ไม่สามารถทำการซื้อขายบนอินเตอร์เน็ตได้
2) วิธีการตรวจสอบสถานที่ส่งมอบสินค้า
วิธีนี้เป็นที่นิยมมากในอเมริกาเนื่องจากในอเมริกามีการให้บริการตรวจสอบว่าที่อยู่ที่จัดส่งสินค้าว่ามีอยู่จริงและเป็นที่อยู่เดียวกับ
เจ้าของบัตรหรือไม่ ในประเทศไทยบริการนี้ยังมีอยู่น้อยและเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะจึงไม่เป็นที่นิยมครับ
ในส่วนของตัวบทกฎหมายที่อาจนำมาใช้ดำเนินคดีกับผู้ใช้บัตรเครดิตปลอมบ้างก็คงหนีไม่พ้นประมวลกฎหมายอาญาของเราคือ
มาตรา 341 ความผิดฐานฉ้อโกง เนื่องจาก การใช้บัตรเครดิตปลอมถือว่าเป็นการหลอกลวงไปซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่นโดยการแสดง
ข้อความอันเป็นเท็จ ครับซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนวิธีการดำเนินคดีก็ต้องตรวจสอบ
หมายเลขไอพีแอดเดรสหรือที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตและหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติมครับ
จากสถิติปรากฎว่าประเทศไทยนั้นอัตราการใช้บัตรเครดิตปลอมนั้นยังไม่สูงมากนักหากเปรียบเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่มีค่านิยมในการใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดที่สูงมาก คดีในประเทศไทยที่ผมรับทราบมาส่วนใหญ่มักเป็นคนใกล้ชิดกับเจ้าของบัตร-
เครดิตหรือบัตรเอทีเอ็มที่นำเอาบัตรเครดิตหรือบางทีบัตรเอทีเอ็มไปใช้ส่วนตัวโดยเจ้าของบัตรไม่ทราบซึ่งกรณีดังกล่าวเจ้าของบัตรก็
อาจต้องรับผิดหากธนาคารเจ้าของบัตรพิสูจน์ได้ว่าเจ้าของบัตรประมาทเลินเล่อไม่ดูแลบัตรของตนให้ดี อีกคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ
ประมาณ 3-4 ปีที่แล้วในไทยคือ กรณีที่พนักงานของธนาคารแห่งหนึ่งที่มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่บ้างแก้ไขระบบโปรแกรม
ของครื่องเอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่งให้จำรหัสผ่านของผู้ที่ใช้บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตทุกคนที่เบิกถอนผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
โดยเขียนเป็นภาษาโคบอลท์เพิ่มเติมเข้าไปเป็น 8 หลัก หลังจากนั้นนำบัตรพลาสติกที่ตนเองจัดเตรียมไว้ปั๊มแถบแม่เหล็กและรหัสของ
บัตรเครดิตและเอทีเอ็มลงบนแผ่นพลาสติกเปล่าและนำไปเบิกถอนเงินเป็นจำนวนหลายสิบล้านบาท สุดท้ายก็ถูกจับกุมและดำเนินคดี
ในที่สุดครับ

สุดท้ายนี้ผมมีความเห็นว่า ทางแก้ไขที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการก็คือควรใช้เทคโลยีในการป้องกันการใช้บัตรเครดิตปลอมและ
พิจารณาการซื้อขายที่น่าสงสัยเป็นรายๆไปเหมือนที่เว็บไซท์ยาฮูดอทคอมแนะนำในครั้งที่แล้วครับ หรือไม่ก็ใช้โปรกรมคอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่บางบริษัทนำมาขายเพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงของการใช้บัตรเครดิตของผู้ซื้อแต่ละรายน่าจะแก้ไขปัญหาการ
ใช้บัตรเครดิตปลอมได้ในระดับหนึ่งครับ

 
 
 
แบ่งปัน
 
 
โดยคุณ : ชนะ        วันที่สร้าง : 2 ต.ค. 2552  13:02:33
 
ส่งบทความนี้ให้เพื่อน  
 
 
ขอให้ทุกคนช่วย post บทความ จาก ประสบการณ์ หรือ ที่พบเห็นมา เพื่อ เป็น วิทยาทาน แก่ส่วนรวม
วิทยาทาน เป็น ทานอันยิ่งใหญ่ ช่วยให้ผู้อื่น มี สติ ปัญญา มีกำลังใจ ในการดำเนินชีวิต บุญกุศลจะทำให้เรามีแต่ความสุข ความเจริญ
*หมายเหตุ กรณีที่นำบทความผู้อื่นมาลง กรุณา ให้เกียรติแก่เจ้าของบทความ โดย แจ้ง ชื่อ หรือ แหล่งที่มาของบทความด้วย
ต้องการ post บทความ คลิก ที่นี่
 ขอบคุณค่ะ
 
 
 
ร่วมแสดงความคิดเห็น
  ข่าวที่ร่วมแสดงความคิดเห็น :  
  ข้อความ :    *
  ชื่อ :    *
  อีเมล์ :  
  รหัส :  
  กรอกรหัส :    *
   
 
 
 
 
 
รวมความคิดเห็น 10 อันดับล่าสุด
ความคิดเห็น โดย
ร้อย.บก.
Mr Wany
นาง สาว
DED
Mr. Zhan
คนนั้นๆ
นาง รอฮี
TRUST FU
แทนไท
ขจรยุทธ
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
บทความสำหรับ SME
กำจัดจุดอ่อน SMEs
ภาพรวมการบริหารร้านค้า SMEs
ไทยประกันภัย แตกไลน์ขายผ่านอินเตอร์เน็ต
รู้รอบ e-commerce
อุปกรณ์และวิธีการทำ E-commerce
โครงสร้างแผนธุรกิจ สำหรับ SMEs
กู้เงิน หรือขอกู้ เพื่อซื้อบ้าน มีขั้นตอนอย่างไร
SMEs ต่อยอดธุรกิจโดยไม่มีทุน กรณีศึกษาที่น่าคิด
สถาบันการเงิน "อยากรู้อะไรในแผนธุรกิจ" ที่ SMEs
E-Commerce (การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์)
แนะวิธีเขียนแผนธุรกิจแบบมืออาชีพ การเริ่มต้นธุรก
รู้ลึกเรื่อง E-Commerce
เคล็ดลับ... การวิเคราะห์สินเชื่อของสถาบันการเงิน
ความรู้เบื้องต้น E-Commerce
แนะการทำ e-commerce
ตลาด แผนการตลาด ตัวอย่างแผนการตลาด กลยุทธ์การตลา
E-Commerce
วิธีการเขียนแผนธุรกิจ แบบนักธุรกิจรุ่นใหม่ ต้องต
ประโยชน์ของการทำ E-COMMERCE
ปัจจัยหลักของความสำเร็จของธุรกิจ (หา K.F.S.)


ClassifiedThai :  คนหางาน  บริษัทหาคน  เปิดร้านขายสินค้า  ฝากขาย  ข่าวสาร  บทความ  สมัครสมาชิก
Job :  หางานทำ  
Market :  กล้อง / อุปกรณ์ถ่ายภาพ  การเงิน  การศึกษา  กีฬา  เกม/ ของเล่น  ของที่ระลึก  ขายตรง/ อาหารเสริม  ขายส่ง/ เซ้งกิจการ  
  เครื่องใช้ไฟฟ้า  เครื่องมือ/ อุตสาหกรรม  ดนตรี  ต้นไม้/ สัตว์เลี้ยง  ท่องเที่ยว  บริการทั่วไป  เฟอร์นิเจอร์/ ก่อสร้างและตกแต่ง  ขายรถเบนซ์มือสอง ทาวน์โฮม
  ภาพยนตร์/ เพลง  แม่และเด็ก/ สุขภาพยานพาหนะ  ศิลปะ/ ของสะสม  หนังสือ  อสังหาริมทรัพย์  อาหาร  อื่น ๆ  อุปกรณ์สำนักงาน  อุปกรณ์สื่อสาร
Other :  โปรโมทเว็บ   คาร์ซีท   เด็กหลอดแก้ว   กล้องวงจรปิด   fingersacn   CCTV   นิทรรศการ   มีบุตรยาก   notebook   โน้คบุ๊ค   เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์   Video conference  
กระทู้ที่ 4062